วิธีการรักษาโรคเชื้อราจากยีสต์

โรคเชื้อราเป็นโรคติตต่อจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อเป็นก็จะมีอาการคันร่วมด้วย และยังมีเชื้อราอีกชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่มักจะเกิดในเพศหญิง นั่นก็คือ โรงเชื้อราจากยีสต์นั่นเอง

                ยีสต์ คือ เชื้อราชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามบริเวณช่องคลอดของเพศหญิง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคุ้นชื่อเรียกที่ว่า เชื้อราในช่องคลอด ซึ่งที่มาของเชื้อนี้ก็คือ ยีสต์นั่นเอง และอาการของเชื้อราชนิดนี้ จะเริ่มมาจากการคันภายในก่อน แล้วจะลุกลามไปสู่อาการเจ็บปวด และอักเสบ จนมีแผลในที่สุด ฉะนั้นจึงอยากแนะนำ วิธีการรักษาโรคเชื้อราจากยีสต์ ซึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวในกรณีที่เกิดขึ้นได้

  1. สังเกตอาการก่อนว่าใช่เชื้อราหรือไม่ แน่นอนว่า อาการที่เกิดขึ้นจากเชื้อราที่เราสังเกตกันง่ายๆ ก็คืออาการคัน ซึ่งเชื้อราจากยีสต์จะทำปฏิกิริยาต่อช่องคลอด ทำให้มีอาการคันบริเวณช่องคลอดได้ หากรู้สึกคัน และแสบตอนมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งมีอาการตกขาว สีข้นมาก ให้วินิจฉัยคร่าวๆ ได้เลยว่าอาจจะเกิดจากเชื้อราในยีสต์ได้
  2. เมื่อรู้สึกคัน และฟังธงได้เลยว่าเกิดจากเชื้อราแน่นอน ให้คุณลองซื้อยาปฏิชีวนะมาทานก่อน ในเบื้องต้น ซึ่งตัวยาจะช่วยลดอาการคัน และช่วยให้หายได้ ซึ่งคุณจะต้องสังเกตตัวเองเป็นระยะๆ รวมทั้งสังเกตประจำเดือนที่กำลังจะมาด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ที่เป็นเชื้อราจากยีสต์มักจะมีประจำเดือนตามมา
  3. หากมีอาการปวดในช่องคลอดจนทนไม่ไหว ให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะเป็นผู้ตรวจอย่างละเอียด เพราะหากมีอาการปวดร่วมด้วย อาจจะเกิดจากการอักเสบ หรือบวมได้

การดูแลรักษาแบบธรรมชาติอย่างยั่งยืนตนเองที่ถูกต้อง และถูกวิธีคือการหมั่นเอาใจใส่ความสะอาด และทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้โรคเหล่านี้เข้ามาสู่ร่างกายคุณได้อีก

ข้อมูลอ้างอิง : http://givingishealing.org/how-to-cure-candida-naturally-and-permanently



Tagged with
Comment

ยารักษาสิว แอคโนติน 10 ของแท้จาก Acnotinmega

ยารักษาสิว แอคโนติน ยาคุณภาพที่หลายคนต้องลองคุณกำลังมีปัญหาสิว แอคโนติน 10 สามารถช่วยคุณได้เนื่องจากมีตัวยากรดวิตามินเอช่วยในเรื่องของการรักษาสิวโดยตรง อย่างไรก็ตาม แอคโนติน 10 ก็มีผลข้างเคียงเช่นกันนั่นคือปากแห้งตาแห้งคอแห้ง

แอคโนติน

ดังนั้นคุณจึงต้องหาลิปมันเพื่อช่วยลดอาการปากแตกครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ มอยเจอไรเซอร์ซึ่งจะช่วยให้ถึงหน้าของคุณมีความชุ่มชื้นไม่แห้งตึง ระยะแรกของการกิน แอคโนติน 10 บางคนจะมีอาการสิวเห่อแต่จะเป็นอยู่ช่วงสองถึงสามเดือนแรกเท่านั้นแล้วสิวจะเริ่มยุบลงซึ่งใช้เวลาประมาณสามถึงสี่เดือนรอยสิวก็จะ หายไปด้วยถึงแม้ว่า แอคโนติน จะสามารถรักษาสิวได้อย่างดีเยี่ยมแต่ก็ไม่ควรทานนานจนเกินไป และควรทานอย่างต่อเนื่องไม่เช่นนั้นอาจจะดื้อยาได้

วิธีการทาน ยา แอคโนติน 10

คือวันละหนึ่งเม็ดพร้อมอาหารมื้อแรกไม่ควรทานก่อนนอนเพราะอาจทำให้อาการนอนไม่หลับกระสับกระส่ายไม่ควร ไม่ควรกินนมระหว่างทานยานี้เพราะอาจทำให้ไม่ได้ผลยาไม่ออกฤทธิ์สำหรับใครที่หาหมอไม่เยอะไม่หายสิวสักทีลองยารักษาสิว แอคโนติน 10 ซึ่งร้านของเราขายของแท้ 100% ขนาดไหนก็เอาอยู่ด้วยตัวยาที่สามารถรักษาสิวได้โดยตรงจึงทำให้คุณหายสิวขาด ยาแอคโนติน 10 ของแท้จะต้องเป็นเม็ดวงรีสีม่วงหากคุณพบไม่เหมือนอย่างที่บอกแสดงว่าเป็นของปลอมแน่นอนดังนั้นการเลือกร้านในการซื้อจึงสำคัญมากเลือกให้มีความน่าเชื่อถือ เรื่องสิวดูแลเป็นหายได้ไม่ยากแต่บางคนชอบใช้ครีมที่มีสารอันตรายจึงทำให้ผิวหน้าแพ้ง่ายและบางในที่สุด

หากว่าคุณเป็นสิวเรื้อรังเราขอแนะนำเป็นแอคโนติน 10 เพื่อช่วยในการรักษาสิวอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพที่แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่เลือกใช้กัน บอกลาสิวที่เคยเป็นมาได้เลยและหากคุณดูแลผิวหน้าได้ดีสิวก็จะไม่มีทางกลับมากลับมาเป็นอีกครั้ง เรายินดีให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวพร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อช่วยให้สิ่งที่คุณเป็นหายเร็วขึ้นไม่ทิ้งรอย

สั่งซื้อ แอคโนติน ได้ที่: acnotinmega.com


Comment

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เกรปซีด คืออะไรมีประโยชน์และสรรพคุณอย่างไรบ้าง

เกรปซีด (Grape Seed) คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่มีคุณค่าและประโยชน์มากมายต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณ เนื่องจากในเมล็ดองุ่นมีสารประกอบฟีนอลิก (Phenolic Compounds) เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) หรือ พอลิฟีนอล (Polyphenol) คือ “โปรแอนโธไซยานิดิน” (Oligomeric Proanthocyanidin Complexes – OPCs) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  ประสิทธิภาพสูง (Super antioxidant) มีอานุภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง  20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า และช่วยเสริมฤทธิ์การทำงานของวิตามินซีและวิตามินอีให้ดียิ่งขึ้น  อีกทั้งร่างกายของคนเรายังสามารถดูดซึมเจ้าสาร OPCs จากสารสกัดจากเมล็ดองุ่น เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 20-30 นาที และสามารถกระจายแทรกซึมไปสู่ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมทั้งยังสามารถผ่านผนังแนวกั้นสมอง blood brain barrier (BBB) เข้าสู่เซลล์สมอง เรียกได้ว่า หากได้ทานเกรปซีด (Grape Seed) แล้วละก็ จะทำให้ร่างกายของคุณ ได้รับประโยชน์จากสาร OPCs อย่างเต็มที่ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

มีการศึกษาและงานวิจัยมากมายจากทั่วโลก บ่งชี้ว่าการทาน เกรปซีด (Grape Seed) จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์  ป้องกันการเสื่อมของดวงตา โรคจอประสาทตาเสื่อม และโรคต้อกระจก บรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพอง ช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรงไม่เปราะหรือแตกง่าย บรรเทาอาการมือเท้าชา บรรเทาอาการภูมิแพ้และหอบหืด ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ

เกรปซีด

นอกจากจะช่วยป้องกันและบำบัดโรคต่าง ๆ แล้ว อีกคุณสมบัติของเกรปซีด (Grape Seed) ที่รับรองว่าทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงทุกเพศทุกวัย ที่กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องของผิวพรรณ ต้องถูกใจอย่างแน่นอน นั่นก็คือ เกรปซีด (Grape Seed) จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน  และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง ยืดหยุ่น ไม่เหี่ยวย่นหย่อนคล้อย ป้องกันผิวเสื่อมสภาพ ริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ให้จางลง ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ กลับมาเปล่งปลั่ง กระจ่างสดใส ดูมี ชีวิตชีวา

Grape Seed ประโยชน์

จากคุณประโยชน์ที่หลากหลาย เกรปซีด (Grape Seed) จึงได้รับการไว้วางใจจากผู้รักสุขภาพทั่วโลก รวมทั้งผู้รักสุขภาพในประเทศไทย ให้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยอันดับต้น ๆ ในดวงใจ เมื่อคุณรับประทานเกรปซีดในปริมาณที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ และช่วยเรื่องผิวพรรณ ที่สำคัญคือ เกรปซีด (Grape Seed) เป็นสกัดจากเมล็ดองุ่นซึ่งเป็นพืชธรรมชาติ ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างที่อันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน

Grape Seed


Comment